โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการ
และการใช้ประโยชน์ที่ดิน : กรณีศึกษาในเขตพื้นที่สูงบริเวณอำเภอเขาค้อและอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์


โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ สมบัติ อยู่เมือง
ศูนย์วิจัยภูมิสารสนเทศเพื่อประเทศไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [ GISTHAI ]
e - mail : ysombat@chula.ac.th

ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินจากการแปล
ความหมายข้อมูลดาวเทียมในปี พ.ศ. 2545
จากการศึกษาพบว่า หน่วยงานของรัฐได้มีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่แห่งเดียวกัน ซ้อนทับกันหลายหน่วยงาน เช่น กรมป่าไม้ กรมประชาสงเคราะห์ กรมพัฒนาที่ดิน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาในปัจจุบันที่เป็นอยู่ คือ ที่ดินของรัฐทุกประเภทถูกประชาชนบุกรุกเข้าไปอยู่อาศัยหรือทำประโยชน์ในที่ดินโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีสาเหตุหลายประการ ที่สำคัญคือ การเพิ่มขึ้นของประชากรของประเทศอย่างรวดเร็วทำให้ต้องการที่ดินทำกินเพิ่มขึ้น การพัฒนาเศรษฐกิจโดยมุ่งรายได้จากการส่งออกจึงขยายพื้นที่เพาะปลูกอย่างกว้างขวาง นโยบายของรัฐที่ผ่อนผันการทำกินในที่ดินของรัฐตลอดมา และการบังคับใช้กฎหมายที่มีปัญหาในทางปฏิบัติหลายประการ

ที่ผ่านมารัฐได้ใช้มาตรการทางกฎหมายและการบริหารเพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐตลอดมา เช่น การให้กรมป่าไม้ทำเครื่องหมายแนวเขตป่าไม้ให้ชัดเจน การออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงซึ่งเป็นที่สาธารณะในท้องที่ต่าง ๆ มีการกันพื้นที่ที่ประชาชนบุกรุกทำกินมาเป็นเวลานานให้นำไปออกเอกสารสิทธิหรือให้ปฏิรูปที่ดิน นอกจากนั้นยังได้มีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ และออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวก็ได้วางนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐจนถึงปัจจุบัน แต่การบุกรุกที่ดินของรัฐก็ยังคงมีอยู่และมีความซับซ้อนมากขึ้นเนื่องจากทรัพยากร และสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้เปลี่ยนแปลงไป

การวางแผนการบริหารจัดการพื้นที่ ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และเปราะบาง ซึ่งนอกจากจะต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ รอบด้าน ทั้งปัจจัยด้านประชากร เศรษฐกิจและสังคม รวมถึงปัจจัยด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังต้องมีการใช้เทคโนโลยีทางด้านข้อมูลและสารสนเทศเชิงพื้นที่ ที่มีศักยภาพสูงในการช่วยเหลือในการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ และประมวลผล รวมถึงการทดลองสร้างแบบจำลองเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ เพื่อให้การบริหารจัดการดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการวิเคราะห์ปัญหาที่มีความสลับซับซ้อนนี้ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญที่สุดที่ไม่อาจละเลยได้ในกระบวนการบริหารจัดการแบบบูรณาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน คือ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการพื้นที่ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน


กระบวนการวางแผนแบบใหม่ที่มีการกำหนดวัตถุประสงค์และหลักเกณฑ์อย่างชัดเจน

แผนที่แสดงการใช้ประโยชน์พื้นที่ในปัจจุบัน

การบริหารจัดการพื้นที่ของรัฐอย่างยั่งยืนนั้น ควรจะต้องมีการศึกษาสภาพของสาเหตุและปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ แนวทางการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐของส่วนราชการและองค์กรต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยเหลือ เพื่อจะได้ทราบแนวทางที่เหมาะสมในการกำหนดนโยบายการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐต่อไป เนื่องจากในแต่ละพื้นที่ก็มีลักษณะทางกายภาพ ข้อจำกัดในด้านกฎหมาย ลักษณะการใช้ประโยชน์ ที่แตกต่างกันไป ไม่สามารถจะนำเอาวิธีการบริหารจัดการพื้นที่ในที่แห่งหนึ่ง ไปใช้วางแผนจัดการพื้นที่อีกพื้นที่หนึ่งได้อย่างทันที เนื่องจากประเด็นสำคัญคือ การยอมรับและการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งการมีข้อมูลที่มีความชัดเจน เหมาะสม และทันต่อสภาพเหตุการณ์นั้นจะช่วยลดข้อขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นจากการวางแผนได้

ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และเทคโนโลยีการสำรวจระยะไกลนั้น เป็นเครื่องมือที่มีความเหมาะสมในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความขัดแย้งและสามารถปรับเปลี่ยนเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ได้เป็นอย่างดี ภาครัฐจำเป็นที่จะต้องมีการตื่นตัวในการใช้งานเทคโนโลยีในแขนงนี้ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม อันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะการทำงานของภาครัฐ จากเดิมซึ่งเป็นการทำงานในลักษณะตั้งรับ คอยแก้ปัญหา เป็นการทำงานในเชิงรุก ในการวางแผนการจัดการให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมและการใช้ประโยชน์ของประชาชนมากที่สุด

หน้าที่ 1 | 2 
<< Back TOP ^